ReadyPlanet.com
dot dot
dot
คอร์สโยคะ
dot
bulletรายละเอียดคอร์สโยคะ
bulletสถานที่ เวลาเรียน และค่าเรียน
bulletวิธีสมัครเรียน
bulletการสั่งซื้อสินค้า
bulletแจ้งการโอน


Custom Search


จิตแข็งโรคอ่อน จิตอ่อนโรคแข็ง article

จิตแข็งโรคอ่อน จิตอ่อนโรคแข็ง

จริง ๆ แล้ว หมอทุกคนก็บอกคนไข้เสมอว่า ให้ออกกำลังกาย เพื่อต่อสู้กับความอ่อนแอ เพราะโรคมันชอบคนอ่อนแอ ยิ่งอ่อนแอเท่าไหร่ โรคยิ่งเป็นใหญ่เท่านั้น เราก็เป็นทาสของโรค ปล่อยให้มันทำลายความมั่นใจในชีวิต ทำอะไรก็ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เดินได้ไม่ทันถึงปากซอยก็หอบซี่โครงบาน ถ้าไม่ออกกำลังกาย ปล่อยให้ร่างกายอ่อนแอ ทุกระบบจะอ่อนแอ  อาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ของโรคก็มีโอกาสเล่นงานเรามากขึ้น เพราะเราหมอบให้กับโรค เรายกธงขาวให้มัน  เราไม่สู้กับมัน เราบอกตัวเองอย่างสม่ำเสมอว่า ฉันเป็นโรคนั้น ฉันเป็นโรคนี้ ฉันไม่แข็งแรง นั่นแหละ โรคมันยิ่งชอบ มันยิ่งได้ใจ และทำร้ายเราอยู่ฝ่ายเดียว   

เราต้องเข้าใจอีกด้วยว่า การป่วย จะมากน้อย ส่วนหนึ่งอยู่ที่จิตใจด้วย เช่น บางคนไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นโรคร้ายก็ไม่เคยเป็นไร พอไปตรวจเจอเข้า ก็ถึงกับทรุดลงไปในเวลาอันรวดเร็ว ครูเคยอ่านตำราวิชาการจากต่างประเทศ มีหลายรายงานที่พบว่า เกิดการวินิจฉัยผิดพลาด เช่น คนไข้ไม่ได้ป่วยด้วยโรคนั้น แต่เข้าใจว่าตัวเองเป็น คนไข้ไปซื้อหนังสือเกี่ยวกับโรคนั้นมาอ่าน แล้วก็มีอาการเหมือนคนโรคนั้น มีรายหนึ่งเข้าใจว่าตัวเองเป็นมะเร็ง ก็จะมีอาการผมร่วง น้ำหนักลดฮวบฮาบ ผอมซูบซีด เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เพราะว่าใจเขาทำร้ายตัวเอง ใจเขาคิดว่าเขาเป็น เขาจึงหดหู่ เมื่อหดหู่ก็กินข้าวไม่ลง ผอมลง และความเครียดว่าตัวเองเป็น ก็ทำให้ผมร่วง แสดงให้เห็นว่า จิตใจเราน่ะ ทำร้ายตัวเราได้มากกว่าโรคเสียอีก

มีรายการสารคดีสุขภาพทางเคเบิ้ลทีวี ได้ทำให้เราเห็นถึง จิต ที่มีผลต่อ กาย พิสูจน์ให้เราเห็นว่า “จิตเป็นนายกาย” ชายคนหนึ่งเป็นโรคข้อเข่า และคิดว่าตัวเองเดินไม่ได้ เมื่อลุกจากรถเข็น เขาจะยืนไม่อยู่ และวันหนึ่งทีมแพทย์ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับ “พลาซิโบ้” แปลเป็นไทยว่า ยาหลอก แต่นี่ไม่ได้ใช้ยา ทีมแพทย์หลอกคนไข้ชายคนนี้ว่า เขาได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าใหม่ โดยทำทุกอย่างเหมือนจริง เข็นเข้าห้องผ่าตัด มีการฉีดยาชา มีการเปิดแผล เย็บแผล และรอให้ฟื้น โดยแพทย์ได้ย้ำว่า หลังจากการผ่าตัดแล้ว เขาจะมีเข่าอันใหม่ และเดินได้ตามปกติ และปาฏิหารย์ก็ก็เกิดขึ้น หลังจากผ่าตัด ชายคนนี้สามารถลุกขึ้นยืนได้ ต่อมาก็เดินได้ วิ่งได้ และเล่นกีฬาได้ด้วย

เขาได้กล่าวขอบคุณแพทย์ผ่านวิดีโอเทปของรายการ ต่อมาแพทย์ได้เรียกเขาเข้าไปพบและบอกความจริงกับเขาว่า แพทย์ไม่ได้ทำอะไรเลย เข่านั้นยังเป็นเข่าอันเก่า ไม่มีการซ่อมแซมอะไรเลย เขาแทบไม่เชื่อว่านั้นคือเรื่องจริง คุณตอบได้ไหมว่า อะไรทำให้ชายคนนี้หาย ถ้าไม่ใช่ใจของเขาเอง ใจเขาคิดว่าเขาไม่เป็นอะไร เขาก็ไม่เป็นอะไร แสดงว่าก่อนหน้านั้น ใจเขาคิดมาโดยตลอด หมอบอกว่าเข่าเขาเสื่อม เขาก็เชื่อเช่นนั้น เขาจึงคิดว่ามันไม่มีแรง คิดว่ามันเจ็บ เมื่อคิดไปคิดมา มันก็เจ็บจริง เพราะใจเขาไม่สู้ แต่เมื่อเขาถูกหลอกว่า นั่นคือ เข่าอันใหม่ เขาถูกหลอกให้เชื่อว่าเขาจะเดินได้ด้วยเข่าอันใหม่ เขามีแรงใจ มีความเชื่อมั่น และเขาก็เดินได้จริง ดังนั้น คนที่รักษาตัวเขา ไม่ใช่แพทย์หรอก แต่เป็นจิตใจของเขาเองต่างหาก

 เรื่องนี้ครูมักจะเล่าให้หลาย ๆ คนฟัง เขียนในหลายเล่ม เพราะคิดว่ามันเป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไป ต่อคนป่วย ให้ได้รู้กันว่า ที่จริงแล้ว ความป่วยที่เราเป็น อาจเกิดจากใจที่เราคิด คือครูไม่ใช่จะบอกว่าคนป่วยทุกคนคิดไปเอง เราอาจจะป่วยจริง แต่ความเจ็บป่วยเราอาจจะไม่มากนัก ถ้าเทียบกับคนที่ป่วยมากกว่าเรา เราอาจจะป่วยแค่ 2-3 % ถ้าเทียบกับสภาพร่างกายโดยรวม หรือถ้าป่วยหนักหน่อยก็ป่วยสัก 5-10 % ถ้าเทียบกับสภาพร่างกายโดยรวม แต่ถ้าใจเราอ่อนแอ ร่างกายป่วย แต่ใจไม่สู้ ความเจ็บป่วยจะรุนแรงขึ้นเป็น 30-50 % หรืออาจจะ 80 % เราอาจจะป่วยจนไม่มีเรี่ยวแรงทำอะไรเลย นั่นส่วนหนึ่งเกิดจากใจเรายอมให้โรคมัน ดังนั้น เราต้องเข้าใจว่า เวลาเราป่วย เราไม่ได้ป่วยทั้งตัว เราป่วยเฉพาะเรื่อง เฉพาะอวัยวะ แต่ใจเราต่างหากที่ทำให้เราป่วยทั้งตัว ป่วยไปหมด




บทความสุขภาพ

ศีรษะอาสนะ article
คุมน้ำหนักในวัยแรกรุ่น เตี้ยม่อต้อ แคะแกร็น น่าเกลียด article
โยคะก็มีท่าอันตราย article
อย่ายอมให้โรคเป็นใหญ่ article
ผิวสวย ไม่ยาก ไม่ง่าย article
เริ่มต้นวิ่งออกกำลังกาย article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.