ReadyPlanet.com
dot dot
dot
คอร์สโยคะ
dot
bulletรายละเอียดคอร์สโยคะ
bulletสถานที่ เวลาเรียน และค่าเรียน
bulletวิธีสมัครเรียน
bulletการสั่งซื้อสินค้า
bulletแจ้งการโอน


Custom Search


article

ช่วงนี้มีคนหันมาสนใจฝึกโยคะกันมาก บ้างฝึกเพราะรู้ซึ้งถึงประโยชน์ของโยคะ แต่ก็มีบางคน ที่ฝึกเพราะดาราฮอลลีวู๊ด และไฮโซต่าง ๆ เค๊านิยมกัน ก็เลยกลายเป็นกระแส อันนี้ไม่ว่ากัน แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ คนที่ฝึกตามกระแส แล้วไม่ศึกษาให้ดี ไม่ทราบเรื่องกฎเหล็ก หรือท่าแก้ ทำให้หลายคนเกิดความบาดเจ็บหลังจากฝึกโยคะ และเป็นที่น่าเสียดายว่า คนเหล่านี้มักพูดต่อ ๆ กันไป ว่า “อย่าไปเล่นเลยโยคะ เล่นแล้วอันตราย” ทำให้คนเราไม่กล้าออกกำลังกาย ยิ่งไม่แข็งแรงเข้าไปใหญ่

ที่จริงแล้วการออกกำลังกายทุกชนิด “มีโอกาสบาดเจ็บ” ได้เสมอ ๆ หากแต่การบาดเจ็บนั้น ๆ ไม่ได้อยู่ที่ชนิดของกีฬา หรือรูปแบบการออกกำลังกายเท่าไหร่หรอก ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากตัวผู้เล่นเอง ไม่ทราบถึงวิธีการออกกำลังกายที่ถูกต้องต่างหากเล่า

การยืดกล้ามเนื้อ หรือการยืดเอ็น ถ้าทำมากเกินไป ไปดึงไปดัดมากเกินไป ก็ทำให้ข้อหลวมได้เหมือนกัน และถ้าข้อหลวมแล้ว หลวมเลยนะจ๊ะ ไม่สามารถจับมาขันให้มันแน่นได้เหมือนเดิม ดังนั้น การฝึกโยคะที่ดี ต้องฝึกแต่พองาม อย่าพยามยาม ดึง ดัด ให้มันมากเกินจริง หรือเพื่อการประกวด แข่งขัน ไม่ว่ากีฬาอะไร การออกกำลังกายชนิดไหน ถ้าลองได้หักโหม จริงจังเกินพอดี ถ้าลองได้มีการประชันขันแข่ง เป็นต้องเจ็บตัวทั้งนั้นแหละค่ะ

วิธีป้องกันการบาดเจ็บจากการฝึกโยคะ

1. ศึกษาวิธีการฝึกอย่างถูกต้อง

2. ต้องเข้าใจหัวใจของโยคะ เราฝึกเพื่ออะไร เพื่อสุขภาพ หรือจะดัดดึงไปแข่งกับคนอื่น ต้องไม่ฝืนเกินกำลัง และไม่คิดเปรียบเทียบกับคนอื่น

3. อย่าลืมเรื่องกฎเหล็ก อะไรห้ามทำ เช่น ห้ามเขย่งและย่อในเวลาเดียวกัน หรือในท่านักรบ ห้ามเข่าเลยปลายเท้า (มีในหนังสือเล่ม รู้ลึกรู้จริงกับครูโยคะ)

4. อย่าลืมทำท่าแก้ ซึ่งรายละเอียดก็มีในหนังสือเล่มเดียวกันกับข้อ 3

5. ทำความเข้าใจเรื่องการหายใจให้สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว เช่น เราควรหายใจออกในขณะเหยียดกล้ามเนื้อ และในจังหวะออกแรง กล่าวคือ ไม่ใช่หายใจออกก่อนยืด แต่ให้หายใจออกในระหว่างที่เรากำลังยืด

6. ยืดเส้นยืดสาย ทำท่าวอร์มทุกครั้งก่อนเลิกฝึก

7. เพื่อไม่ให้จุกเสียด ควรเว้นหลังจากมื้ออาหารสัก 1-2 ชั่วโมง ถ้าข้าวเป็นจานก็เว้นสัก 1.5-2 ชั่วโมง ถ้าเป็นขนมที่ได้จะอิ่มมากนัก เว้น 1 ชั่วโมงก็พอ แต่อย่าเว้นนานเกินไป อย่าให้หิวท้องกิ่ว เพราะจะทำให้ไม่มีเรี่ยวแรง อาจทรงตัวลำบาก และหน้ามืดได้ง่าย

8. เพื่อรักษาไว้ซึ่งการทรงตัวที่ดี เวลาที่ก้ม ๆ เงย ๆ ไม่ควรหลับตา เพราะการทรงตัวต้องใช้ประสาทสายตาร่วมด้วย ถ้าเราหลับตาในขณะเคลื่อนไหวขึ้นลง อาจทำให้เสียการทรงตัว และทำให้มึนศีรษะได้

9. ต้องเข้าใจสภาพร่างกายของตนเอง บางคนไม่เข้าใจว่า สภาพร่างกายมีผลต่อการฝึก นักเรียนบางคนก่อนหน้านั้นเอี้ยวตัว ไปหยิบของที่อยู่เบาะหลังรถยนต์ด้วยความเร็ว จนเกิดการเคล็ด (การเคล็ดเกิดจากความไม่สัมพันธ์กันระหว่างกล้ามเนื้อสองด้านที่มันทำงานคู่กัน คือ เรายืดเร็วเกินไป แล้วกล้ามเนื้อที่ต้องหดตัว หดตามไม่ทัน) ถ้าเคล็ดแบบนั้น ต้องประคบร้อน และพักการใช้กล้ามเนื้อ แต่บางคนก็ยังอยากฝึกโยคะ ไปฝืนใช้กล้ามเนื้อที่บาดเจ็บ ทำให้เจ็บมากขึ้น และไม่หายซักที แต่ที่จริงสามารถฝึกอาสนะอื่นที่ไม่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อหรือเอ็นที่บาดเจ็บได้ตามปกติ และยังมีนักเรียนหลายคนไม่เข้าใจโครงสร้างร่างกายของตัวเอง ว่าคนเราไม่มีใครเหมือนใคร โครงสร้างเป็นกรรมพันธุ์ด้วย บางครอบครัวตัวอ่อนทั้งบ้าน บางครอบครัวตัวแข็งทั้งบ้าน และไม่มีใครเหมือนใคร บางคนตัวอ่อนด้านหน้า บางคนตัวอ่อนด้านหลัง ถ้าเรารู้ว่าจุดไหนเป็นจุดอ่อนของเรา เราก็ต้องระวังเป็นพิเศษ อย่าพยายามฝืน เพราะคิดว่าเราตัวอ่อน เราน่าจะทำได้ทุกท่า ไม่จำเป็นหรอกค่ะ เจ็บตัวเปล่า ๆ

10. ต้องทราบข้อมูลสุขภาพส่วนตัวในเบื้องต้น ว่าตัวเองเป็นโรคอะไร และใช้ยาตัวไหนบ้าง เพราะมีบางอาสนะที่ต้องห้ามในผู้ป่วยบางราย เช่น คนที่มีความดันสูงไม่ควรทำอาสนะที่มีการห้อยศีรษะลงต่ำ เพราะจะทำให้ความดันเพิ่มขึ้น และหมายรวมถึงคนที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคต้อหิน (ถ้าที่บ้านมีประวัติ และอายุเกิน 40 ปี ให้ไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจเช็ค) ต้อหิน ไม่เหมือนต้อกระจก ต้อหินเป็นเรื่องของความดันในลูกกะตา ถ้าเราทำอาสนะที่ทำให้ความดันในลูกตาเพิ่มขึ้น จะเป็นอันตรายเหมือนกัน รวมถึงคนที่เป็นเบาหวาน แล้วกินยาเบาหวาน ต้องปรึกษาครู เพราะยาพวกนี้จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลด และส่งผลต่อการทรงตัวได้ด้วย อาจทำให้หกล้มง่าย เราก็ต้องปรับเวลาฝึก อย่าฝึกในช่วงที่น้ำตาลในเลือดต่ำมาก (มันจะเป็นช่วง ๆ ซึ่งผู้ป่วยมักรู้ตัว) หรือถ้าเพิ่งทานยาไป ไม่แน่ใจว่าช่วงไหนน้ำตาลตกมากน้อย ให้หลีกเลี่ยงอาสนะที่ต้องมีการทรงตัว พวกท่ายืน ที่ต้องทรงตัวมาก ๆ อย่างสามเหลี่ยม นักรบ 3 และท่าเต้นรำ อาจหลีกเลี่ยงใช้อาสนะที่เป็นอิริยาบทนั่ง หรือนอนแทนก็ได้




โยคะทิปส์




Copyright © 2010 All Rights Reserved.