ReadyPlanet.com


ปรึกษาเรื่องภาษาอังกฤษค่ะ


สวัสดีค่ะ คุณครู

ไม่แน่ใจว่า คุณครูจะตอบไหม เพราะไม่เกี่ยวกับโยคะเลยค่ะ

เป็นลูกศิษย์ทาง CD มานานกว่า 3 ปีแล้วค่ะ ยังไม่มีโอกาสได้พบคุณครูเสียที เนื่องจากบ้านไกลจากที่คุณครูสอน แต่ยังโชคดีที่มีโอกาสได้ศึกษาโยคะจาก CD ที่คุณครูทำเผยแพร่ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลารถติดเป็นชั่วโมงเพื่อไปเล่นที่ฟิตเนสค่ะ ขอบพระคุณ คุณครูถือศีลอีกครั้งค่ะ

ได้เคยอ่านหนังสือของคุณครู ที่ทำให้ประทับใจกับความสามารถของคุณครูในเรื่องภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นปมด้อยของตัวเองมานานค่ะ ไม่ว่าจะเรียนมากี่คอร์ส กี่ครั้ง ก็ยังไม่สามารถรู้สึกมั่นใจได้สักที ตอนนี้ยิ่งอายุมากขึ้น ภาระรับผิดชอบก็มากขึ้นตามลำดับที่จะต้องใช้ภาษาในโลกที่เข้าสู่ AEC จึงอยากจะขอความเห็นและแนวทางการฝึกฝนภาษาอังกฤษของคุณครูด้วยค่ะ

(พื้นฐานของตัวเองอาจจะต่างจากคุณครูอยู่บ้างก็ตรงที่คุณครูชอบภาษา แต่ตัวเองไม่ชอบเลย จึงเกิดความเครียดและเบื่อทุกทีที่เจอ)

ขอให้คุณครูช่วยให้คำชี้แนะด้วยค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ

 



ผู้ตั้งกระทู้ อิง :: วันที่ลงประกาศ 2013-01-07 17:29:50 IP : 10.7.8.11


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2325865)

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูมานะ วันที่ตอบ 2013-01-08 23:56:40 IP : 115.87.24.65


ความคิดเห็นที่ 2 (2325871)

ความเห็นที่ 1 ครูมานะลงให้ดู เป็นคลิปลูกสาวครูน้องพอเพียงอ่านหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ

ที่ให้ดูลูกครูเพราะต้องการให้เห็นว่า การฝึกภาษานั้นต้องทำตัวเหมือนเด็ก ต้องไม่คิดมาก เพราะภาษาคือการสื่อสาร ไม่ใช่เรื่องกฏหมาย ไม่จำเป็นต้องให้ถูกต้องทุกมาตรา พูดผิด พูดเพี้ยนไม่ติดคุกติดตาราง

ปัญหาใหญ่ที่คนไทยพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เพราะคนไทยยึดติดกฏมากเกินไป คิดว่าพูดผิดเป็นเรื่องอัปยศน่าอับอาย กลัวไม่ถูกตรงนั้น กลัวไม่ถูกตรงนี้ ทำให้เวลาจะพูดเกิดอาการคิดมากเกินไป เกร็ง กังวล ไม่กล้า กลัวผิด สุดท้ายก็เลยพูดไม่ได้ หรือสื่อสารไม่ได้

น้องพอเพียงเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ไม่ใช่ว่าน้องจะเก่งกาจ วิเศษไปกว่าเด็กคนอื่นซะทีไหน  แค่เด็กมันไม่กลัว (ก็เพราะไม่กลัวถึงได้มั่นใจ)  อ่านผิด อ่านถูกมันไม่สน มันอ่าน และได้อารมณ์ สนุกสนาน ครูชอบตรงที่เค้าบอกว่า

they were gone !

ตื่นเต้นเร้าใจ และมีบางจุดที่เค้าอ่านผิดบ้าง ครูก็ไม่ได้ทัก ไม่ได้หยุดเค้า ไม่ทำให้เค้าเสียความมั่นใจ เด็กเค้าไม่มีกรอบความคิด เค้าแค่ได้ยินแล้วพูดตามเฉย ๆ นี่คือเหตุผลที่เด็กเรียนรู้ได้เร็วและง่ายกว่าผู้ใหญ่

อีกข้อหนึ่ง ความหน้าบาง กลัวเสียหน้า กลัวผิด เป็นปัญหาใหญ่ของคนไทยในเรื่องการฝึกภาษา ครูสอนฝรั่งพูดภาษาไทยมาสิบกว่าปี (ก่อนสอนโยคะเสียอีก) ไม่เคยเห็นฝรั่งพูดไทยผิดแล้วรู้สึกอับอายเหมือนคนไทยพูดอังกฤษผิดเลย  เค้ากล้า เค้าไม่แคร์ เพราะเขารู้ว่ามันไม่ใช่ภาษาเค้า มันเป็นภาษาที่สอง บ้างก็ที่สาม เค้าเรียนแบบสบาย ๆ ทำให้ฝรั่งเรียนภาษาไทยได้ดีกว่าทั้ง ๆ ที่ภาษาไทยมีความยากสลับซับซ้อนกว่าภาษาอังกฤษหลายเท่าตัว ภาษาไทยถูกจัดให้เป็นภาษาชั้นสูง เป็นภาษายากอันดับต้น ๆ ของโลก ยากกว่าอังกฤษเสียอีก

 

ภาษาไม่ใช่เรื่องเก่ง ไม่เก่ง แต่เป็นเรื่อง ใช้ ไม่ใช้

อย่าคิดว่าเป็นปมเด่น ปมด้อย ควรคิดว่าหาโอกาสใช้จะดีกว่า ถ้าอยากได้กฏก็ไปเรียนเคาะสนิมตามสถาบันภาษา ถ้าอยากได้ conversation ดูหนังฝรั่งเยอะ ๆ และหาเพื่อนพูดกันเป็นภาษาอังกฤษ และห้ามหน้าบาง

ที่บ้านครูพูดกับลูกเป็นภาษาอังกฤษ เด็กมันพูดถูกบ้างผิดบ้าง ครูก็ปล่อยเค้าไป ไม่ไปจับผิดเค้า ตอนหลังเค้าเริ่มใช้ถูกต้องมากขึ้น และเป็นธรรมชาติ ตรงนี้สำคัญ เพื่อน ๆ เค้าเป็นเด็กฝรั่งเสียส่วนใหญ่ ฟังกันรู้เรื่อง แต่คนไทยที่เรียนภาษาอังกฤษเก่ง ๆ พวกที่สอบได้คะแนนดี ๆ พูดกับฝรั่ง ฝรั่งบอกครูว่าเค้าฟังไม่รู้เรื่อง ดังนั้น กฏไวยากรณ์จึงไม่ควรนำมาตีกรอบให้เราขาดความมั่นใจ

มีลูกศิษย์หลายคน เอาลูกหลานมาฝากให้ช่วยหลายต่อหลายรุ่น ที่วางแผนจะไปเรียนต่อเมืองนอก บางคนกลัวมาก ไม่กล้าพูด ทั้งที่คะแนนเรียนภาษาอังกฤษก็ดีมาก ไม่ขึ้เหร่ แต่กลัวการใช้งาน ครูก็ทำให้เขาสบายใจเรื่องการทิ้งกฏ ทิ้งไวยากรณ์ และสร้างสถานการณ์ให้เขาใช้ภาษาอังกฤษ 100 %

ถ้าเค้าพูดไทย ครูไม่ตอบเค้า ทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วครูไม่พูดไทยกับเค้าเลย ครูใช้ภาษาอังกฤษกับเค้า 100 % ไม่มีใจดี แรก ๆ พวกเค้าน่าสงสาร (ครูก็แอบสงสารแต่ต้องทำใจแข็งเพื่อให้เค้าพูดอังกฤษให้ได้ ไม่งั้นไปเมืองนอกเอาตัวไม่รอด) วันแรก ๆ พวกเค้าทำท่าทางเหมือนท้องผูก อึดอัดอยู่สักระยะหนึ่ง ตอนไหนที่ครูเห็นว่าเค้าเครียด คิดคำไม่ออกจริง ๆ ครูก็ช่วยให้นิดหน่อย ใช้ภาษามือช่วย ต่อมาก็เริ่มมั่นใจ กล้าพูด ตะกุกตะกัก ติดอ่างบ้าง ติดเอ่อบ้าง 

เวลาผ่านไปนานนับเดือน เค้าพูดกันคล่องมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายพูดแบบเป็นธรรมชาติ เหมือนน้องพอเพียงในคลิปที่ลงให้ดูนั่นแหละ

 

 อย่ากลัวกฏ ให้คิดว่าตัวเองเป็นเด็ก คิดว่าเหมือนพอเพียง ตัวนิดเดียว ไม่รู้อะไรมาก ไม่ท่องกฏ ไม่ท่องไวยากรณ์ ดูหนังเยอะ เค้าใช้อะไรก็ใช้ตามเค้า เค้าพูดอะไรก็พูดตามเค้า ทำตาม อย่าคิดเยอะ ทำเหมือนเด็กฝรั่ง ไม่เห็นต้องท่องไวยากรณ์ ก็พูดได้ ส่วนไวยากรณ์เราเรียนมาหมดแล้ว ถ้าสนิมกิน ลืมหมด ก็ไปเคาะสนิม ตามสถาบันสอนภาษาทั่วไป แต่อย่างที่ว่า คนไทยไม่ได้มีปัญหาเรื่องไวยากรณ์ (คะแนนไวยากรณ์ของเด็กไทยสูงกว่าฝรั่งหลายชาติด้วยซ้ำ)

ปัญหาของคนไทยอยู่ที่การใช้งาน ได้แต่ทุ่มเทเรียนหนัก เรียนมาก ท่องหน้าดำหน้าแดง กฏนั่นนี่ รู้ไปหมด ใครพูดอะไรผิด จับผิดคนอื่นได้หมด แต่พอตัวเองเจอฝรั่งต้องใช้งาน ต้องเป็นคนพูดเสียเอง กลับพูดไม่ได้ เอามาใช้งานไม่เป็น

เพราะรู้มากเกินไป รู้แต่ไม่ได้ทำ

สรุปคือ ต้องทำตัวเป็นเด็ก เรียนเหมือนเด็ก ดู ทำตาม ดู ทำตาม ถ้าทำได้แบบที่ครูบอก จะพัฒนาได้เร็วมาก จากที่รู้สึกว่าเป็นปมด้อย ทำให้เราไม่ชอบ พอเราเก่งขึ้นมา พอเราใช้คล่องขึ้นมา เราจะชอบเองโดยอัตโนมัติ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2013-01-09 01:05:07 IP : 124.122.237.52


ความคิดเห็นที่ 3 (2325913)

ขอบพระคุณคุณครูค่ะ ที่กรุณาให้คำแนะนำ จะพยายามทำตามที่ครูแนะนำนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อิง วันที่ตอบ 2013-01-09 09:07:31 IP : 10.7.8.11


ความคิดเห็นที่ 4 (3795890)
ครู รับสอนภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัวไม๊คะ
ผู้แสดงความคิดเห็น หลั่น วันที่ตอบ 2015-04-08 17:45:07 IP : 203.154.146.7


ความคิดเห็นที่ 5 (3796002)

เวลาไม่มีสำหรับสอนเดี่ยว และครูเชื่อว่าของพวกนี้เรียนเดี่ยวไม่ดี ไม่มีคู่ซ้อม ครูจะสอนเป็นกลุ่ม โดยจัดให้บังคับให้ใช้ ไม่ให้ท่องอะไรทั้งนั้น

ต้องหาเพื่อนมาเป็นกลุ่ม แต่ปัจจุบัน ครูก็มีคลาสสองภาษานะคะ คือ เรื่องของเรื่อง มีชาวต่างชาติมาเรียนกับกลุ่มคนไทย ครูก็เล่นมันสองภาษาเลยค่ะ หลายคนบอกเหมือนได้เรียนภาษาพร้อมกับฝึกร่างกายไปด้วย สนุกดี

ถ้าอยู่แถวแจ้งวัฒนะ แวะมาผสมโรงกับพวกเราได้ ที่นี่พัฒนาการเร็วค่ะ เราไม่สอนให้ท่องอะไรทั้งนั้น ท่องไวยากรณ์กันมาทั้งชีวิตแล้ว จะท่องอะไรอีก ใช้เลยค่ะ ทีนี่บังคับใช้ เหมือนกฏหมายบังคับใช้เลยแหละ

โทรหาครูมานะ แล้วนัดมาผสมโรงกับคลาสสองภาษาได้ สนุกด้วยจะบอกให้

ถ้าใจจะเอาซะอย่าง มาเลยค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2015-04-08 23:59:26 IP : 171.96.170.116


ความคิดเห็นที่ 6 (3889208)

 สวัสดีค่ะ คุณครู

                พอดีหนูทำงานวิจัย แล้วต้องมีบทคัดย่อเป็นภาษาอังกฤษ นั้นก็คือ ABSTRACT  รบกวนคุณครูช่วยตรวจสอบให้หนูหน่อยค่ะ ว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไรค่ะ

 

การวิจัย เรื่อง การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความผูกพันต่อองค์การ ของพนักงานบริษัท ไอ.ซี.โอ อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด จำแนกตามปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลได้แก่ เพศ อายุ ตำแหน่งงาน ระดับการศึกษา รายได้ และอายุงาน ประชากร คือ พนักงานบริษัท ไอ.ซี.โอ อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด จำนวน 227 คน และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือ พนักงานบริษัท ไอ.ซี.โอ อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด จำนวน 145 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ SPSS VERSION 22 เพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า พนักงานบริษัท ไอ.ซี.โอ อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด มีความผูกพันต่อองค์กร อยู่ในระดับมากและเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับความผูกพันมากและด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดได้แก่ ด้านการปกป้องชื่อเสียงและภาพลักษณ์ขององค์การ รองลงมาคือ ด้านความต้องการดำรงอยู่ในการเป็นสมาชิกขององค์การ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านความตั้งใจอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสำเร็จขององค์การ  

 

คำสำคัญ ความผูกพันต่ององค์การ

 

Research on the research objectives To study the organizational commitment of employees of Iseo Import - Export Co.,Ltd the socio-demographic factors include Gender, age, position, education, income and age, population is the employees of Iseo Import - Export Co.,Ltd limits the amount 227 people. And the samples used in this study is the employees of Iseo Import - Export Co.,Ltd limit the amount 145. Data were collected by questionnaire. Data were analyzed by computer. By using the statistical software SPSS VERSION 22 to percentage, mean and standard deviation.

 

            It was found that the employees of I. C. o import - x Port Limited"s commitment to the organization. At a high level the level found. At the level of commitment and the highest; On protecting the reputation and image of the organization, followed by the need exists in membership of the organization. And the average minimum is the intention to fully in the duty to the success of the organization.

 

 

Keywords: Organizational commitment

ผู้แสดงความคิดเห็น แพร์ วันที่ตอบ 2015-10-29 17:14:12 IP : 114.109.2.110



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.