ReadyPlanet.com


อาการชาปลายนิ้วเท้า


คุณครูถือศีลคะ หนูมีเรื่องรบกวนสอบถามคุณครูค่ะ คือว่าหนูฝึกโยคะมาสักระยะแล้วค่ะ  จากซีดีของครูและจากยูทูปบ้าง ช่วงแรก ๆ อาจทำไม่เท่าไรเพราะยังยืดได้ไม่สุด ก็พอเจ็บ ๆ ปวด ๆ ตามตัวบ้างค่ะ แต่พอฝึกไปเรื่อย ๆ เหมือนว่าตัวเรามีความยืดหยุ่นขึ้น ในท่าเดิม ๆ แต่หนูยืดสุด ๆ ลืมบอกไปค่ะคุณครูหนูมีปัญหาหัวไหล่ห่อฝั่งซ้ายฝั่งเดียวนะคะ ฝั่งขวาปกติ สังเกตุจากฝึกโยคะจะปวดไหล่ สะบัก แขนทางซ้ายมากกว่าข้างขวาค่ะ พอหลัง ๆ ลองมาฝึกท่าอูฐ หรือท่าที่เปิดหัวไหล่มาก ๆ มันจะรู้สึกชาตามเส้นประสาทฝั่งซ้ายฝั่งเดียวนะคะ อาการชาแบบแปล๊บ ๆ เหมือนลูกหนูวิ่งน่ะคะ ไม่ได้ชามาก แต่เป็นตรงปลายนิ้วเท้าหัวแม่โป้งฝั่งซ้ายค่ะ หนูไม่รู้ว่าอาการมันคือเส้นมันกำลังยืดในฝั่งที่เรามีปัญหา ไหล่ห่อ แล้วเส้นมันลงมาถึงปลายเท้า หรือว่าหนูฝึกผิดวิธี ทำให้เส้นกดทับ อาการมันไม่เจ็บนะคะ แต่พอไปลูบมันหรือกดตามปลายนิ้วโป้งเท้าจะรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตหน่อย ๆ น่ะคะ



ผู้ตั้งกระทู้ นุ้ย :: วันที่ลงประกาศ 2013-10-21 17:37:08 IP : 180.180.33.106


[1]

ความเห็นที่ 1 (2424367)

เท่าที่อ่านดู น่าจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า ปลายประสาทอักเสบ

ซึ่งเกิดจากการยืดเส้นมากเกินไป คือ เกินกำลัง

ที่เป็นเฉพาะข้างซ้ายเพราะข้างซ้ายเกินกำลัง ข้างขวาไม่เกินกำลัง

เหมือนคนถนัดขวา มือขวาถือของหนักได้ 5 กิโล โดยไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นมือซ้ายอาจเจ็บ

ในเวลานี้สิ่งที่ควรทำคือ พัก คำเดียวสั้น ๆ  "พัก"

ของมันอักเสบได้ มันก็หายของมันเอง แค่ต้องพักหลายวันหน่อย

แต่ไม่ได้หมายถึงห้ามทำโยคะท่าอื่น ทำท่าอื่นได้ แต่หลบท่าอูฐไปก่อน หรือท่าใด ๆ ที่ไปกระตุ้นตรงที่อักเสบ ทำแล้วเจ็บ อย่าทำ ว่างั้น

พอมันหายอักเสบ อาการที่ว่าทั้งหมดหายไป ค่อยนับหนึ่งใหม่ แต่ให้ถูกวิธี

คือ ที่ผ่านมา เราเอาข้างที่เก่งเป็นตัวฐาน คือ เราทำซ้ายให้ได้เท่าขวา ซ้ายจึงเกินกำลัง เราแอ่นมาก เพราะเราเห็นว่าขวาทำได้ เราไม่ได้เอาซ้ายเป็นตัวฐาน

เมื่อหายแล้ว ครั้งต่อไป ให้ใช้ ซ้าย เป็นตัวฐาน คือ ยืดเท่าที่ซ้ายทำได้ แม้ขวาจะได้มากกว่านั้นก็อย่าทำ ให้ยืดขวากับซ้ายเท่ากัน และให้ซ้ายรับได้ ขวาก็รับได้

เรื่องไหล่ซ้ายห่อ แนะนำให้หาราวตากผ้า แป๊บน้ำ หรือกระบองยาว มาขัดแขนเบา ๆ แล้วทำโยคะมุทราบ่อย ๆ เปิดไหล่บ่อย ๆ ย้ำ บ่อย ๆ แต่ไม่ใช่แรง ๆ นะ ห้ามเจ็บนะ ไม่งั้นอักเสบแน่ ๆ ใช้เวลานิดนึง เดี๋ยวก็ดีเอง 

พอตอนหลังสองข้างมันเริ่มสมดุล ไหล่ก็เลิกห่อ 

ปัญหาจะหมดไป ไม่ใช่เพราะยาหรือผ่าตัด

แต่จะหมดไปเพราะความเพียรของเรานั่นเอง

   

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2013-10-21 20:14:00 IP : 110.169.158.228


ความเห็นที่ 2 (2424612)

ขอบคุณ คุณครูมากค่ะ หนูจะนำคำแนะนำของคุณครูไปปฎิบัติด้วยความเพียรค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นุ้ย วันที่ตอบ 2013-10-22 13:38:56 IP : 180.180.41.243


ความเห็นที่ 3 (2436817)

สวัสดีค่ะคุณครูถือศิล

        หนูมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้าขวาลักษณะเหมือนโดนไฟฟ้าซ็อตเวลาเดิน หรือนอน ขยับตัว เป็นพัก ๆ สาเหตุเกิดจากอะไรค่ะ หรือว่าเราขาดสารอาหารอะไรหรือเปล่า เพิ่งเป็นมาได้ประมาณ ๔ วันค่ะ ตั้งแต่วันเสาร์  ที่ ๑๔ ธ.ค.๕๖ ตอนประมาณ ๑๕๔๕ ค่ะ ขอความกรุณาช่วยบอกวิธีรักษาให้หนูหน่อยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น จ่าไก่ (jakai_500-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-12-18 10:46:24 IP : 182.52.235.227


ความเห็นที่ 4 (2436874)

แนะนำวิธีรักษาไม่ไหวหรอกค่ะ ยังไม่ทราบเลยว่าเป็นอะไร

เอางี้ถ้า 2 สัปดาห์ ไม่หาย และไม่ลดลง พบแพทย์

แต่ไม่น่าใช่การขาดสารอาหาร ถ้าเหมือนโดนช็อตตอนเดิน น่าจะเป็นการบาดเจ็บ

เป็นเรื่องของปลายประสาท แต่มันจะมาจากไหนต้องไปตรวจค่ะ

บางทีอาจมาจากสะโพก จากกระดูกสันหลัง หรือเป็นที่ตัวเท้าเอง

บางทีเราไปเหยียบผิดท่า แม่โป้งบิดผิดจังหวะ บิดกดบดแม่โป้งแบบเร็ว ๆ กระชาก ๆ บางทีเราไม่ทันสังเกตุตอนที่มันเกิดขึ้น บางทีแม่โป้งกระแทก เดินสะดุดไปเตะโดนอะไรเข้าแรง ๆ ก็ทำให้อักเสบได้ พอดีไปโดนปลายประสาทมันพอดี หรืออาจมีเอ็นแม่โป้งพลิก เอ็นอักเสบร่วมกับปลายประสาทได้

ถ้าเป็นอุบัติเหตุธรรมดา เอ็นอักเสบ ปลายประสาทอักเสบ หากเราพักขาหน่อย ใส่รองเท้าหุ้มให้มันรองรับแรงกระแทก (ผ้าใบก็ได้) พักการใช้งาน ปะเดี๋ยวมันจะค่อย ๆ หายไปเอง

หากภายใน 2 สัปดาห์ เห็นว่า ไม่หาย ไม่ลดลง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจละเอียด

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2013-12-18 19:43:02 IP : 124.121.100.184


ความเห็นที่ 5 (3690396)

 มันไม่ได้ช้างั้นอ่ะมันชาหัวนิ้วโป้งซ้ายยยขึ้รมาอย่างเดียวเรยโดนเหมือนมันหนาๆเปงเพาระอรัย

ผู้แสดงความคิดเห็น ฟาง วันที่ตอบ 2014-08-20 16:09:32 IP : 27.55.65.142


ความเห็นที่ 6 (3690567)

ฟังดูเหมือนรองเท้าไม่พอดีกับเท้า

คือ บางคนใส่รองเท้าที่ไม่กระชับ ไม่พอดี อาจมีการเสียดสีมาก โดยเฉพาะนิ้วโป้งกับพื้นรองเท้า ทำให้กลายเป็นเท้าด้าน (คือ ถ้ามันหนา ๆ เนี่ย มันน่าจะด้าน)

หรือส้นสูงแล้วยืนเยอะ เดินเยอะ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้น้ำหนักไปอัด ตรงนั้นมีแรงกดมากเกินไป มันก็บวมด้าน และกดนานไป ปลายประสาทมันเลยชา 

ที่เป็นซ้ายเดาว่าเป็นเพราะขวามันแข็งแรงกว่า ประมาณว่า ศรีทนได้ แต่เท้าซ้ายมันทนไม่ไหว มันไม่กร้านโลกพอ แต่หากเรายังไม่ได้ปรับชนิดแบบของรองเท้าให้ดี อีกหน่อย  เท้าจะหนาเป็นปื้นทั้งสองข้าง

ลองสังเกตุดูค่ะ ว่ารองเท้าเรามันเป็นยังไง หลวมไป หรือสูงไป ค่อย ๆ ปรับค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2014-08-20 22:07:43 IP : 110.169.170.44


ความเห็นที่ 7 (3703097)

ปรึกษานิดครับ
ผมชาที่นิ้วเท้าซ้าย แบบรู้สึกหนาๆ  ไม่เป็นเหน็บครับ แต่เดินๆจะรู้สึกนิ้วเท้าใหญ่ ให้รู้สึกจะงงๆว่านิ้วไหนกันแน่ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลางเท้าซ้าย
จับดูก็รู้สึกบวมนิดๆ แต่นิ้วนี้เมื่อสองเดือนก่อนตัดเล็บพลาดลึกเกินจนเล็บหายไปเยอะราวๆครึ่งนึง และเป็นรอยเส้นตรง (ไม่โค้ง-ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันไหม)  ส่วนกิจวัตร ผมเล่นเทนนิสสัปาห์ละ3-4ครั้งมาหลายปี เป็นปกติ  ใช้รองเท้าไนกี้อย่างดี ส่วนงานนั้นมีการนั่งเกร็งนาน (มือขวาปั่นหมุนเครื่องทำอาหารทีละสอง-สามชม.-เพิ่งทำไม่นาน) ส่วนน้ิวที่รู้สึกหนาๆพอจิกดูก็เจ็บครับ  แต่เดินๆจะรำคาญ รู้สึกนิ้งใหญ่เบียดกันและยื่นเยอะไปข้างหน้า ทั้งที่มันไม่ได้เบียดมากและไม่ได้ยื่น  

ผู้แสดงความคิดเห็น มด (mandahbook-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2014-09-10 09:55:50 IP : 180.183.50.36


ความเห็นที่ 8 (3703132)

น่าจะเป็นได้สองกรณี คือ การบวมซ้นของนิ้วใดนิ้วหนึ่ง แต่ที่เราเดินได้ปกติ เพราะมันไม่ใช้นิ้วค้ำยัน ไม่ใช่นิ้วหลัก (ไม่ใช่นิ้วโป้ง) เราจึงเดินได้ปกติ เลยไม่ได้นึกถึงการซ้นนี้  

และอาจจะมาจากเทนนิส (เดานะคะ ไม่ต้องเชื่อก็ได้) 

คือ รองเท้าดี แต่เราอาจผูกรองเท้าไม่ดี เช่น หลวมไปนิด ตอนบิดหรือเอี้ยวเท้า นิ้วมันขยับ นิ้วมันทับกันเองในขณะที่มีแรงกระแทก (น่าจะเป็นตอนพุ่งตัวด้านข้าง)  ผิดท่า พอเท้าซ้น แต่มันซ้นนิดเดียว ไม่ถึงกับช้ำมาก ทำให้เกิดการบวมพอน่ารัก ไม่ได้เดินกระเผลกอะไร ถ้าเป็นแม่โป้งซ้นล่ะลำบากน่าดู

มันอยู่ในระยะซ่อมแซม หากเราพักผ่อน ทำตัวตามสบาย ไม่ไปซ้ำเติม หมายถึง ไม่ไปกระแทกมันซ้ำบ่อย ๆ และไม่ไปคิดถึงมัน มันก็จะค่อย ๆ ยุบตัวลงเองตามกาลเวลา เรียกว่า เวลาเป็นยารักษาแผลซ้น

อ้อ อีกอย่างนึง ที่คนส่วนใหญ่จะพลาด คือ การซ้นเนี่ย เขาไม่ให้นวด อย่าไปนวด ไปคลึง มันจะเรียกเลือดมาคั่งทำให้ไม่หายสักที ถ้าเป็นซ้น เป็นแพลงเนี่ย ให้อยู่เฉย ๆ ถ้ามีบวม ให้เอาน้ำแข็งประคบเบา ๆ เดี๋ยวมันก็ยุบค่ะ (ถ้าเพิ่งบาดเจ็บ 48 ชั่วโมงแรก ประคบเย็น) พอมันบวม แล้วเราอยากเรียกเลือดมาเลี้ยงซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ให้เราเอาความร้อน มาประคบ เรียกว่าประคบเพื่อเรียกเลือดมาซ่อมแซม 

ระหว่างนี้ต้องทำ buddy ค่ะ คือ หาผ้าพัน เส้นเล็กหน่อย ซื้อตามร้านขายยา เป็นม้วน ๆ  เอาแบบมีกาวในตัวจะใช้ง่าย ให้เราพันนิ้วสองนิ้วติดกัน คือ นิ้วที่เจ็บ กับนิ้วที่ไม่เจ็บ พันกระชับเล็กน้อย อย่าให้แน่นจนเลือดไม่ไปเลี้ยง (อย่าให้ชา) การทำแบบนี้เหมือนกับไปเสริมให้มันมั่นคง ให้สองนิ้วมันพึ่งพากัน เหมือนคนสองคนเดินกอดคอกัน

การทำ buddy มันจะทำให้นิ้วบิดตัวยากขึ้น พลิก หรือซ้นซ้ำยากขึ้น เหมือนเราใส่ดาม ใส่เฝือกอ่อน กลางคืนจะนอน หรือจะอาบน้ำ ก็ฉีกออก แล้วตอนกลางวัน ทำงาน เดิน ก็พันใหม่

ทำ buddy จะช่วยให้หายเร็วขึ้นค่ะ เพราะมันจะถูกประคองไม่ให้บิดตัว กระจายแรงกระแทก แต่อย่าลืมนะ เอาแค่กระชับ อย่ารัดจนชา

ม้วนที่ว่านี้ไม่แพงค่ะ อย่างที่บอกเอารุ่นมีกาวในตัว มันง่ายดี มันจะเหมือนเทปผ้าก๊อซนั่นแหละ ร้านขายยาเล็ก ๆ มักไม่ค่อยมีขาย ต้องไปซื้อร้านใหญ่ ในห้าง ฯ น่ะค่ะ

คนเล่นกีฬา ต้องมีเครื่องลางของขลังพวกนี้ติดบ้านไว้ค่ะ 555

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2014-09-10 10:34:28 IP : 58.11.199.102


ความเห็นที่ 9 (3703139)

เดี๋ยวก่อนลืมบอกไปข้อนึง

ต้องใช้ผ้าก๊อชชิ้นเล็ก ๆ ที่ไม่มีกาว คั่นตรงร่องกลางระหว่างสองนิ้วด้วยก่อนพันแบบกาวนะคะ ไม่งั้นมีเหงื่อออกเนื้อเราจะแนบติดกันมากเกินไป เวลาแกะออกจะเจ็บค่ะ

เวลาเอาเทปพวกนี้ออก ไม่ต้องค่อย ๆ ดึงออก เดี๋ยวดึงไปดึงมา นิ้วซ้นเพราะดึง  เอากรรไกรตัดมันออกเลยค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2014-09-10 10:43:32 IP : 58.11.199.102


ความเห็นที่ 10 (3703191)

ขอบคุณมากครับ เทปที่ว่าผมใช้อยู่พอดี เดี๋ยวจะลองจัดการเลยครับ

ลืมบอกตอนแรกว่ามันไม่มีอาการเจ็บ มีแต่ชาแบบใหญ่ๆครับ น่าจะเป็นเรื่องเดียวกันนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น มด วันที่ตอบ 2014-09-10 11:52:06 IP : 180.183.50.36


ความเห็นที่ 11 (3718000)

ขออนุญาติปรึกษาหน่อยน่ะค่ะ

เวลาที่รู้สึกเสียใจมากๆ มันจะมีอาการเจ็บที่หัวใจไปจนถึงมือ มีอาการเจ็บแปล๊บๆที่ปลายนิ้ว หรือไม่ ก็ชาไปเลยพักนึง อยากทราบว่าเป็นโรคอะไรรึเปล่าค่ะ และจะอันตรายไหมค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น A วันที่ตอบ 2014-10-07 14:07:55 IP : 183.89.53.22


ความเห็นที่ 12 (3718124)

เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ แต่จะให้อธิบายเหตุผล มันยาวเป็นกิโล คือ เขาต้องเรียนกันเป็นเทอมิน่ะ ถึงจะเข้าใจชัดแจ๋ว

เอาเป็นว่ามันเป็นระบบประสาทอัตโนมัติ จิต และกาย สัมพันธุ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

มันเหมือนยังงี้ เหมือนคนที่กลัว หรือตื่นเต้นอะไรมาก ๆ เช่น วันสอบ หรือต้องพูดอะไรต่อหน้าสาธารณชน จิตใจประหม่ากลัว จิตไม่ปกติ หัวใจเต้นเร็ว มือจะเย็น ปากจะสั่น ปวดท้องเหมือนจะถ่าย (บางคนท้องเสียจริงก็มี)

หรือบางคนตกใจ จากอุบัติเหตุ ตกใจมากจนชาไปทั้งตัว พอหายตกใจ หายชา จึงค่อยรู้สึกเจ็บทีหลัง

ระบบเหล่านี้มันทำงานของมันเอง ไม่ได้เป็นโรคอะไรแน่ ๆ เพราะเท่าที่อ่านมา มันมีตัวก่อเหตุที่เห็นชัด มีสาเหตุชัด คือ เสียใจมาก ๆ

แต่ถ้าเรามีอาการเกิดขึ้นเอง โดยไม่รู้สาเหตุ ไม่เกี่ยวกับจิตใจ อันนี้ถึงจะน่าเป็นห่วง ต้องพบแพทย์ตรวจหาสาเหตุ

แต่กรณีนี้ไม่ต้องหาอะไร มันมาจากจิตสั่ง จิตที่ไม่เป็นปกติ จิตที่เครียดจัด

สบายใจได้ค่ะ ว่าไม่ได้เป็นโรคอะไร มันเป็นรีเฟล็กซ์ธรรมชาติค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2014-10-07 18:54:46 IP : 171.96.172.108


ความเห็นที่ 13 (3781528)

 ขอปรึกษาหน่อยคับ

คือว่าเมื่อ 2-3วันก่อนผมวิ่งออกกำลังตามปกติคับ พอออกเสร็จจากการออกกำลัง แล้วเกิดอาการชาที่ บริเวรปลายเท้าไปทั่วมากๆ มันรำคาญมาก แต่ตอนนี้ก็ยังไม่หายเลยคีบ

ขอคำแนะนำรักษา ด้วยคับ

ผู้แสดงความคิดเห็น วรากร วันที่ตอบ 2015-03-07 19:05:41 IP : 49.230.142.181


ความเห็นที่ 14 (3781548)

ถ้าเกิน 1 สัปดาห์ ไม่หาย ไม่ดีขึ้น พบแพทย์นะคะ

วิ่งตามปกติ คงไม่ปกติ คือ อาจจะร่างกายไม่ปกติ หรือสิ่งแวดล้อมบางอย่างไม่ปกติ เช่น บังเอิญ วันนั้นก่อนวิ่งอาจมีเชือกรองเท้าหลุดแล้วเราผูกกลับเข้าไป แต่น้ำหนักมือหนักไปนิดนึง ผูกแน่นเกินไป  ปลายเท้าโดนรัดมากเกินไป นิ้วมันบีบ และเบียดกันนาน ๆ อาจทำให้เกิดการอักเสบของปลายประสาทที่เท้า

ถ้าไม่ใช่ที่รองเท้า ก็อาจจะเกิดการล้าสะสม อาจวิ่งไม่ได้พัก ติดต่อกันหนักไป หรือไม่ก็ร่างกายอยู่ในสภาวะที่ไม่สมดุลทางเคมีบางอย่าง เช่น ขาดการบำรุงด้วยอาหารครบหมวดหมู่ ขาดไวตามินบี ขาดแคลเซียม ฯลฯ

ต่อจากนี้ต้องสังเกตว่าถ้าเป็นบ่อย ๆ ลองเช็คระดับน้ำตาลในเลือดดูค่ะ ว่าเรามีเบาหวานหรือเปล่า คือ ไม่ใช่ว่าคนเท้าชาจะเป็นเบาหวานทุกคนหรอกนะ แต่เช็คไว้ก็ไม่เสียหายค่ะ

การรักษาก็ต้องไปที่สาเหตุค่ะ ปัญหาคือ ต้องมานั่งทบทวน ถ้าเกิดจากเชือกแน่น ก็ผูกให้พอดี กินผลไม้ กินอาหารบำรุงสุขภาพให้ได้ครบหมวดหมู่ เนื้อสัตว์ แคลเซียม ดื่มนมบ้าง พักผ่อนให้เพียงพอ 

และอย่างที่บอก ถ้าเกินสัปดาห์แล้วไม่หาย ไม่ดีขึ้น พบแพทย์ ไปตรวจละเอียด หาสาเหตุที่แท้จริงดีกว่า  ที่อยากให้หาหมอ เพราะอยากให้หาย ไม่อยากให้เลิกวิ่ง เพราะครูก็เป็นนักวิ่งเหมือนกัน และรักมันมาก บางทีก็มีเจ็บมีชา ส่วนใหญ่ครูจะพักสัก 2-3 วัน ก็หายเอง ก็วิ่งใหม่ ดีกว่าเราเลิกวิ่งแล้วไปเจอสารพัดโรคที่มันมารอจังหวะเราอ่อนแอ

มาลุ้นกันค่ะ ว่าดีขึ้นไหม และลองนั่งทบทวนดูค่ะ ว่าน่าจะเป็นสาเหตุอะไร

หมอก็ไม่รู้จักเราเท่าเรา ก่อนไปหาหมอ จะให้คุ้มเงิน ต้องทำการบ้านไปก่อน ลองสังเกตุตัวเราดูค่ะ ว่ามีอะไรเข้าข่ายที่จะเป็นสาเหตุ แล้วไปคุยกับหมอ จะได้รับการวินิจฉัยที่แม่นยำมาก ๆ คือ การรักษาโรคต้องอาศัยข้อมูล ต้องทำงานร่วมกันระหว่างคนไข้และหมอด้วยค่ะ 

ขอให้หายเร็ว ๆ และกลับไปวิ่งใหม่ได้นะคะ 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2015-03-07 22:03:55 IP : 171.96.172.81


ความเห็นที่ 15 (3781571)

อ้อ ลืมบอกวิธีรักษา คือ ให้เท้าแช่น้ำอุ่นจัด เรียกเลือดไปเลี้ยงเท้า และกระตุ้นปลายประสาท ถ้ามันรู้สึกทั้งชา ทั้งช้ำ ๆ ก็ให้พักการวิ่งไปสัก 2-3 วัน ร่วมกับแช่น้ำอุ่นค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2015-03-07 22:23:01 IP : 171.96.172.81


ความเห็นที่ 16 (3796590)

 รบกวนหน่อยครับ ผมมีอาการชาใต้ฝ่าเท้าช่วงส้นเท้า...เข้าใจว่าสาเหตุจากการยกกระเบื้องหนักขึ้น-ลงบันไดคอนโด7ชั้น หลายๆๆรอบ ผมไม่เป็นเบาหวานครับ ไปพบหมอประกันสังคมมา1เดือนที่แล้วได้ยาวิตามินบี1-6-12มากิน1อาทิตย์ หมดแล้วก็ไม่หายไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ ไปซื้อมากินเองเพิ่มก็ไม่หาย เวลายืนจะรู้สึกหนาๆหนุนส้นฝ่าเท้า ไม่รู้จะทำงัยครับ รำคาญ อาการเจ็บไม่ค่อยมีแต่ก็มีนิดๆที่ส้นเท้าในบางครั้งครับ  ขอรบกวนด้วยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น หง่าว วันที่ตอบ 2015-04-10 10:37:26 IP : 110.170.205.210


ความเห็นที่ 17 (3796592)

ขอโทษด้วยครับ ผมลืมบอกไปครับ ว่าเป็นเฉพาะส้นเท้าข้างซ้ายข้างเดียวครับ นอกนั้นปกติดี

ผู้แสดงความคิดเห็น หง่าว วันที่ตอบ 2015-04-10 10:39:48 IP : 110.170.205.210


ความเห็นที่ 18 (3796655)

ที่เป็นข้างซ้ายข้างเดียว น่าจะเกิดจากขาซ้ายแข็งแรงน้อยกว่าขาขวา พบในคนถนัดขวา

มันคงทานรับน้ำหนักไม่ไหว คิดว่ารองช้ำรับประทานซะแล้ว

คือ ปกติแล้ว หากไม่มีการซ้ำเติม ไม่ไปแบกกระเบื้องซ้ำ หรือไม่ยกของหนักอย่างอื่นซ้ำมันอีก มันจะหายเร็ว ยกเว้นว่า หลังจากนั้น ยังไปยกของหนัก หรือเดินเยอะ ๆ มันก็เรื้อรัง

เหมือนคนที่มีการบาดเจ็บซ้ำซาก เช่น คนถูกทุบหนึ่งที ปล่อยไว้ก็หาย แต่ดันถูกทุบที่เดิม ทุบแล้ว ทุบอีก ทุบแล้ว ทุบอีก มันก็เกิดการบาดเจ็บเรื้อรังนั่นเอง ทำให้หายช้า

ทางแก้คือ 1. แช่น้ำร้อน เรียกเลือกไปเลี้ยง ไปซ่อมแซมส่วนที่บอบช้ำ สึกหรอ

2.  พยายามอย่าเดินเยอะ โดยเฉพาะการเดินเท้าเปล่า หรือรองเท้าแบนแต๋ ถ้าเป็นไปได้ควรซื้อรองเท้าแตะที่เรียกว่า heel care คือรองเท้าแตะที่มีพื้นเสริมขึ้นมานิด ๆ ยี่ห้ออะไรก็ได้ อย่าใส่รองเท้าแบนแต๋ หรือเดินเท้าเปล่านะคะ

3. ตอนนี้สงกรานต์ วันหยุด ก็อยู่กับบ้าน นั่ง ๆ นอน ๆ  อย่าไปเที่ยว ไปโน่นมานี่ที่ต้องเดินเยอะ ๆ ไม่งั้นมันก็เหมือนคนที่บาดเจ็บแล้วโดนทุบซ้ำ ๆ มันจะหายช้า เลยทำให้เรารู้สึกว่ามันไม่หายสักกะที

ถ้าทำตามที่บอกมาได้ ก็จะหายเร็วค่ะ

ให้หายก่อนแล้วค่อยกลับไปยกของหนักนะคะ ตอนนี้อย่ายกของหนัก

ถ้าจำเป็นต้องขนอะไร ในทางราบ ให้ใช้รถเข็น ใช้ล้อลาก อย่าย

การรู้ที่มาที่ไปของปัญหา ทำให้เราแก้ปัญหาได้เร็ว ตรงจุด ไม่ต้องกินยาด้วยซ้ำค่ะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2015-04-10 13:07:33 IP : 171.96.170.214


ความเห็นที่ 19 (3796683)

 ขอบพระคุณมากๆๆครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น หง่าว (howbeebook-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2015-04-10 14:07:26 IP : 110.170.205.210


ความเห็นที่ 20 (3802121)

 ขอรบกวนหน่อยนะค่ะ คือ หนูมีอาการเจ็บเหมือนไฟช็อตที่ปลายเท้าข้างซ้าย แบบเจ็บแปลบเหมือนไฟช้อคแล้วหายไป ตอนที่เป็นถึงกับต้องหยุดเดิน แป๊บเดียวก็หายไปไม่หลงเหมืออาการเจ็บหรือชาเลยย สักพักก็จะเป็นอีก บางครั้งนอนๆๆอยู่ก็เป็น อาการที่เกิดขึ้นไม่สัมพันธ์กับการเดิน อยู่เฉยๆก็เป็นค่ะ ไม่ทราบอาการแบบนี้อาจจะเกิดจากอะไรได้บ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แคท (k_kh_katty-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2015-04-24 00:11:27 IP : 202.29.154.221


ความเห็นที่ 21 (3802130)

น่าจะเป็นที่ปลายประสาทค่ะ เส้นประสาททำงานผิดปกติ ซึ่งตรงนี้ ควรพบแพทย์ค่ะ ไม่ใช่กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นแน่นอน ว่าแต่อะไรหนอที่ทำให้มันผิดปกติ

ก่อนหน้านี้เคยมีข้อเท้าพลิก มีไปทำอะไรมาเยอะ ๆ ไหม เช่น เดินเยอะ ๆ ไกล ๆ ใส่รองเท้าคับบีบปลายเท้ามาก ๆ กระโดดเชือก หรืออะไรที่มันกระแทกมาก ๆ

หากว่าไม่มีอะไรที่คิดว่าเป็นการบาดเจ็บ ก็ต้องดูแล้วแหละ ว่าเรามีค่าดัชนีมวลการเป็นยังไง ค่า BMI หมายถึง เราผอมมาก ๆ หรือไม่ เราควบคุมอาหารอย่างหนักหรือไม่ เพราะบางครั้งการขาดสารอาหาร ขาดวิตามินอย่างหนัก ทำให้ระบบประสาทเกิดการรวนได้ ทำให้ปลายประสาทมีปัญหาดังกล่าวได้

หากพบว่ากินอาหารไม่ครบสัดส่วน แพทย์ตรวจแล้ว ไม่เห็นว่าเป็นการบาดเจ็บอย่างอื่น ก็มักจะจ่ายยาบำรุงประสาท หากเราไม่อยากต้องเสียเงินก็อาจจะเสริมวิตามินบ้าง ด้วยวิตามินบี 1 บี 6 บี12 เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง กินเนื้อสัตว์ ไข่ มากขึ้น ให้ร่างกายได้รับวิตามินเพียงพอ อาการดังกล่าวก็จะหายไปเอง ถ้ากินอาหารครบหมวดหมู่ วิตามินแบบเม็ด ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องกิน แต่ถ้าคำว่าทำไม่ได้ ค่อยกินวิตามิน

หากเรากินของพวกนี้ต้องอ่านฉลากให้ชัดเจน เพราะข้างกล่องจะเขียนไว้ว่า ไม่ควรกินวิตามินกล่องนี้ต่อเนื่องเกิน ...เดือน เพราะวิตามินบางชนิด หากกินต่อเนื่อง ร่างกายได้รับมากเกินไป มันสะสมมากเกินไป มันก็ล้น ก็ไม่ดีเช่นกัน

ลองพิจารณาดูนะคะ ว่าหนูกินอาหารครบสัดส่วนไหม คือ ไม่ใช่ปริมาณ แต่หมายถึงความหลากหลาย บางคนกินข้าวครบทุกมื้อ แต่ว่าคุณค่าทางโภชนาการแต่ละมื้อ มันซ้ำ ๆ กัน ทำให้สารบางตัวขาดไป ก็ต้องคอยเปลี่ยนเมนูอาหารบ้าง อย่าให้มันซ้ำจนได้ไม่ครบหมวดหมู่

แต่ถ้าคิดว่าไม่ใช่ที่ขาดสารอาหารบางตัวละก้อ พบแพทย์ตรวจก็ดีค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2015-04-24 00:49:10 IP : 171.96.170.204


ความเห็นที่ 22 (3807282)

 ขอปรึกษาหน่อยค่ะ จะมีอาการเจ็บแบบเสียวๆหัวใจแล้วก็รู้สึกแปรบๆที่ปลายนิ้วนางกับนิ้วก้อยซ้าย ชอบเป็นตอนที่อยู่เฉยๆ หรือตอนก่อนนอน เป็นอันตรายมั้ยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น หยก วันที่ตอบ 2015-05-04 23:48:56 IP : 180.183.88.177


ความเห็นที่ 23 (3807376)

ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่หัวใจ แต่เป็นตำแหน่งของรากประสาทที่ส่งไปเลี้ยงมือเส้นที่ไปนิ้วกลางกับนิ้วก้อย (สองนิ้วนี้ใช้เส้นประสาทเส้นเดียวกัน) ที่จริงมันตอบยากค่ะ ว่าอันตรายไหม  ถ้าไม่ลำบากอะไรพบแพทย์ก็ดีค่ะ เพราะแพทย์จะมีการตรวจละเอียด ว่าอะไรทำให้เส้นประสาททำงานผิดปกติ

รากประสาทตัวนี้ ตำแหน่งมันใกล้หัวใจ ทำให้เราสับสน ซึ่งก่อนหน้านี้ ลองทบทวนดูนะคะ ว่าอาจจะไปทำอะไรที่ผิดท่า หรือออกกำลังกายเกินกำลัง ยกของเกินกำลัง เท้าแขนบนโซฟาค้างไว้ท่าเดิมนานแสนนาน มีอะไรที่ค้างท่ากดทับนาน ๆ 

ปกติ ถ้าเป็นปลายประสาทอักเสบ ก็จะหายของมันเองค่ะ ใช้เวลาหน่อย ยกเว้นว่าเราจะมีภาวะขาดสารอาหารตระกูลไวตามินบี  ก็ทำให้การทำงานของระบบประสาทผิดปกติ ก็ต้องปรับการกินให้ครบสัดส่วนค่ะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2015-05-05 09:40:54 IP : 171.96.173.155


ความเห็นที่ 24 (3807377)

นอกจากนี้แล้วควรเช็คกระดูกต้นคอ ด้วยว่ามีเสื่อมไหม ปรับท่านั่งทำงาน ท่าขับรถหรือ หมอนรองศีรษะ ไม่ให้สูงเกินไป เพราะกระดูกต้นคอที่เสื่อม ก็อาจจะทำให้ทับเส้นประสาทได้เช่นกัน เส้นประสาทที่รู้สึกแปลบนี้ จะรักษาสิ่งใด ต้องหาเหตุให้เจอ

คือ หาว่า เส้นประสาทตัวนี้ (เส้นประสาทอัลน่า) ระคายเคืองอะไร หากหาไม่เจอ แพทย์จะเริ่มตรวจสิ่งอื่นที่คาดว่าน่าจะมีผลต่อเส้นประสาทเส้นนี้ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2015-05-05 09:49:24 IP : 171.96.173.155


ความเห็นที่ 25 (3807391)

 ขอบคุณมากนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น หยก วันที่ตอบ 2015-05-05 10:54:01 IP : 180.183.88.177


ความเห็นที่ 26 (3810512)

 รบกวนหน่อยครับ คือตอนนี้ผมมีอาการชาเล็กๆ บริเวณปลายนิ้วชี้ที่เท้าข้างขวา เข้าใจว่าเหตุเกิดจากการที่เขย่งปลายเท้าปลูกต้นไม้ในที่แคบนานจนเกินไป..หลายชั่วโมง ตอนแรกคิดว่าซักพักอาการคงหายไป แต่ผ่านมา 1 เดือนแล้ว ก็ยังเป็นอยู่เหมือนเดิม ไม่ทราบว่าควรทำอย่างไรดีครับ?

ผู้แสดงความคิดเห็น ตี๋เล็ก วันที่ตอบ 2015-05-12 12:00:03 IP : 61.91.133.217


ความเห็นที่ 27 (3810575)

เป็นธรรมดาค่ะ ยิ่งนิ้วเท้าเล็ก ๆ มีเลือดไปเลี้ยงน้อย การซ่อมแซมก็นานหน่อย ส่วนตัวคิดว่าน่าจะหายเอง แต่ใช้เวลาหลายเดือน

ตอนนี้ถ้าไม่มีอะไรเจ็บ นิ้วไม่ดำ ไม่มีห้อเลือด ปล่อยให้เวลาซ่อมมันเอง หรือการแช่น้ำอุ่น (อุ่นค่อนข้างจัด แต่ยังไม่ลวก) จะช่วยเรียกเลือดไปเลี้ยง เร่งกระบวนการรักษา

แต่ถ้ามีช้ำนิด ๆ และไม่อยากให้ช้ำเรื้อรังค่อยทำบัดดี้ คือ เอานิ้วชี้พันผ้าติดกับนิ้วกลางโดยมีผ้ากอซเล็ก ๆ คั่นกลาง ไม่ให้เนื้อมันติดกันจนเจ็บ การทำแบบนี้ทำให้นิ้วตัวปัญหาได้รับการพยุงจากนิ้วที่แข็งแรง ก็ทำให้มั่นคงมากขึ้น

กว่าจะหายสนิทแบบลืมไปเลย เรียกว่านานนนนน

ถ้าไม่เจ็บ ไม่ช้ำ ไม่ดำ ลืมไปเลยค่ะ

แต่ถ้าเห็นว่ามันหายช้า ขี้เกียจรอวิธีธรรมชาติ ก็พบแพทย์ เขาจะมียาบำรุงปลายประสาท แต่ก็ไปเป็นภาระตับ แต่ไม่ถึงกับอันตรายต่อตับ แต่ถ้าไม่กินได้ก็ดีค่ะ

สรุปคือ ถ้ารอได้ รอให้มันหายเองดีกว่าค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2015-05-12 14:07:12 IP : 171.96.172.149


ความเห็นที่ 28 (3810582)

อ้อ มีอีกอย่างนึงค่ะ การที่ร่างกายเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมช้า โดยเฉพาะปลายประสาทเนี่ย ส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากภาวะขาดสารอาหารบางตัวด้วยนะคะ

คำว่าขาดสารอาหารไม่ได้แปลว่า ต้องเกิดกับคนยากจน อดมื้อกินมื้อนะคะ แต่หมายถึงคนที่ชอบกินอาหารเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้ร่างกายได้รับไวตามินและเกลือแร่ไม่ครบ ทำให้การซ่อมแซมร่างกายทำได้ช้า (หรือพบในคนที่ดื่มสุรา) 

การซ่อมแซมร่างกายต้องอาศัยไวตามิน โปรตีน และสารอาหารที่ครบ ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นคนกินของซ้ำ ๆ สั่งอะไรเดิม ๆ ลองเปลี่ยนวิธีการกิน ด้วยการสั่งเมนูใหม่ ๆ ซื้ออะไรที่ไม่ได้กินมานาน ๆ ให้มันหลากหลาย มันจะช่วยให้ร่างกายทำงานดีขึ้นทุกระบบ รวมถึงระบบซ่อมแซมด้วยค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2015-05-12 14:22:34 IP : 171.96.172.149


ความเห็นที่ 29 (3810599)

 ขอบคุณมากครับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ นะครับ ..ผมสบายใจขึ้นเยอะเลยครับตอนนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น ตี๋เล็ก วันที่ตอบ 2015-05-12 15:04:40 IP : 61.91.133.217


ความเห็นที่ 30 (3815761)

 มีอาการปวดบันท้ายสะโพกชาลงไปที่ขาข้างขวาเวลาโดนเหมือนไฟช๊อตเป็นเป็นหายหายท้องด้วยอันตรายไหมคะทำอย่างไรถึงจะหายอ้วนด้วยเจ็บแปลป

ผู้แสดงความคิดเห็น yuy วันที่ตอบ 2015-05-22 22:31:41 IP : 49.230.85.198


ความเห็นที่ 31 (3815823)

เป็นที่เส้นประสาทค่ะ แต่จะเป็นอะไรนั้น ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจละเอียด แต่ยังเดินได้อยู่ น่าจะเป็นไม่มาก ยังไม่ถึงกับเดี้ยง แต่คิดว่ามีการระคายเคืองเส้นประสาท อาจมีบวม หรือปลิ้น หรือการเอี้ยวตัวผิดท่า

อันตรายน่ะ ไม่ถึงกับอันตราย แต่ถ้าทิ้งไว้ไม่แก้ไข จะทำให้ระดับอาการที่เป็นหนักขึ้น คือ จากที่เหมือนไฟช็อตเฉย ๆ จะกลายเป็นชา นาน ๆ ชาที่ ต่อมาก็จะชาบ่อยขึ้น ต่อมาก็จะอ่อนกำลัง และนำไปสู่ระยะที่เรียกว่าพิการ คือ เดินกะเผลก ๆ หรือต้องใช้ไม้เท้า

ต้องลดน้ำหนัก

คิดว่าใช้มือถือพิมพ์คำถาม เลยอ่านแล้ว ไม่เข้าใจชัดนัก เห็นบอกว่าท้องด้วย ไม่แน่ใจว่าหมายถึงตั้งครรภ์ หรือหมายถึงปวดจากสะโพกไปถึงบริเวณท้องด้วย กรณีนี้จึงยังขอไม่ตอบก่อนเนอะ

เอาง่ายๆ ว่า เส้นประสาทตอนนี้มีปัญหาค่ะ ต้องปรับท่าทาง การนั่ง การยืน การเดิน ให้ตัวตรง และถ้าไม่ลำบาก พบแพทย์ดีกว่าค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2015-05-23 09:13:13 IP : 171.96.173.162



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.