ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > การวางตัว

การวางตัว


คุณครูขาหนูนุ้ยค่ะ มีเรื่องถามคุณครูทุกวันเลยค่ะ คุณครูอย่าเพิ่งเบื่อหนูนะคะ คิดซะว่าให้ความรุ้กับคนที่เป็นครูฝึกหัดหน่อยนะคะ คือหนูอยากถามคุณครูว่า ปกติหนูเป็นคนพูดเก่ง สนิทกับคนง่าย พูดคุยได้ง่ายแม้กับคนที่เพิ่งเคยเห็นกันครั้งแรก จริง ๆ มันก็น่าจะเหมาะกับการเป็นครูนะคะ แต่หนูมีปัญหาว่า การวางตัวในการเป็นครู ด้วยนิสัยของหนู หนูควรจะปรับตัวอย่างไรค่ะ ให้ลูกศิษย์เคารพ แต่ก็ไม่ถึงกับกลัว เบื่อและไม่มาเรียนในที่สุด จริง ๆ หนูก็อยากเป็นตัวของตัวเองนะคะ แต่เคยมีประสบการณ์สนิทกับคนมาก พอเราอยากทิ้งระยะห่าง เค้าจะรู้สึกไม่ดีกับเราไปเลย คราวนี้เลยไม่กล้าสนิทมากกับลูกศิษย์ พยายามมีเส้นแบ่งระหว่างครูกับลูกศิษย์น่ะคะ หนูเห็นคุณครูถือศีลตอบกระทู้จริงใจ น่ารัก แต่หนูไม่เคยเจอตัวจริงคุณครู จะได้นำแบบอย่างคุณครูมาใช้ในการวางตัว หนูอยากได้คำแนะนำในการวางตัวน่ะคะ ขอบคุณคุณครูมากค่ะ

 หนูอยากไปพบคุณครูได้ไหมค่ะ ขอเวลาซักสิบนาที หลังการสอนของคุณครูวันเสาร์อาทิตย์ที่โรงแรมสุดาฯ ไม่รบกวนเวลาคุณครูมากหรอกค่ะ หนูเกรงใจ หนูรุ้ว่าคุณครูยุ่งมาก แต่ถ้าไม่สะดวกไม่เป็นไรนะคะ หนูตั้งกระทู้ถามในนี้ได้ค่ะ ถ้าคุณครูไม่เบื่อตอบหนูเสียก่อน ขอบคุณคุณครูอีกครั้งค่ะ ปล.รักและเคารพคุณครูนะคะ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน



ผู้ตั้งกระทู้ นุ้ย :: วันที่ลงประกาศ 2013-06-12 15:00:36 IP : 101.108.31.231


[1]

ความเห็นที่ 1 (2370041)

เรื่องการวางตัวนั้น เป็นสิ่งที่แนะนำกันลำบากมากเลยค่ะ

เพราะไม่มีใคร perfect ไม่มีใครวางตัวได้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์

ความสนิทสนม บางครั้งเป็นข้อดี และข้อเสียในเวลาเดียวกัน

ครูเคยสนิทกับนักเรียนบางคนมาก จนเขาล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเราเป็นครูบาอาจารย์ พูดจาไม่เหมาะสมกับเรา ไม่รับฟังกติกาของเรา ตอนหลังก็เลิกสนิทแล้ว เขาและครูก็เสียความรู้สึกทั้งคู่ ถือว่าจบ ๆ กันไป  แต่ถามว่าครูรู้สึกอย่างไร ก็รู้สึกเสียใจที่เราไปสนิทสนมกับเขามากเกินไป เราผิดเองที่ไม่วางตัวให้เขาเกรงใจ 

ทุกความผิดพลาด มันสอนเรา

 

ระวังว่าใกล้ แต่อย่าใกล้เกินไป คงเหมือนดูทีวีมั้ง ดูใกล้ไปเสียสายตา (มันเกี่ยวมั๊ยเนี่ย)

ถ้าจะระวังเรื่องการวางตัว ระวังเรื่องการพูดดีที่สุด ให้พูดเรื่องสุขภาพ พูดเรื่องปัญหาของนักเรียน ดูแลพวกเขา ห่วงใยพวกเขา แต่อย่าพูดเรื่องที่เป็นการวิจารณ์ใคร หากนักเรียนมีการแบ่งฝักฝ่าย กลุ่มนั้น กลุ่มนี้  (ไม่ต้องห่วง มีเสมอ) เราต้องทำโง่ ๆ ไว้ เอ๋อ ๆ ไว้ ไม่รู้ ไม่เห็น เด็กทะเลาะกันเอง อย่าโดดเข้าไปร่วมวง เวลานักเรียนทะเลาะกัน กระทบกระทั่งกัน จะลากเราไปตัดสิน ไปเลือกข้าง ครูทำหน้าเอ๋อสุดชีวิต

"ครูไม่รู้ ครูไม่ใช่คนแถวนี้ ผ่านมาเฉย ๆ" พูดจบก็ชิ่งหนี

เดี๋ยวเขาหางอนกัน เขาเบื่อ ๆ ไม่มีใครเข้าข้าง เขาก็เลิกทะเลาะกันไปเอง

ระวังนักเรียนพวกเดินสายเรียนหลายที่ บางคนมาว่าครูท่านอื่นให้เราฟัง ให้เราทำโง่ถึงโง่ที่สุด อย่าพูดหรือเออ ออ ห่อ หมก แม้แต่คำเดียว นึกอะไรไม่ออก แกล้งตายไปเลย ล้มตึงไปเลย แล้วลุกขึ้นมา ทำตลก เปลี่ยนช่อง เปลี่ยนเรื่องทันที ให้เราบอกหิวข้าว หิวน้ำ ต้องรีบไปเปียแชร์ แค่นี้นะ อย่าคุยเด็ดขาด อย่าได้หลวมตัวเชียว  ครูใหม่หลายคนพลาดตรงนี้ ทะเลาะกันเลย เพราะพวกช่างยุนี่แหละ

ส่วนบุคคลิกนั้น ขอให้เป็นตัวเองดีที่สุด อย่าวางมาดให้ดูขรึม หรืออะไรที่มันไม่ใช่ตัวเรา เพราะเราจะไม่มีความสุข เราจะฝืน และจะอึดอัด และไม่รักในสิ่งที่เราทำ

ครูเอง ไม่ใช่คนบุคคลิกดี หลายคนก็รู้ เป็นคนไม่ perfect ไม่ใช่ครูที่วางมาดแบบฉันเก่ง ฉันสง่า ฉันดูน่าเกรงขาม ฉันเป็นครูฉันเก่งกว่าพวกเธอ ในทางตรงกันข้าม ทุกครั้งที่ครูสอน ครูมองไปเบื้องหน้า ที่นั่งกันตรึม เป็นกลุ่มครูของเรา เขามาให้การบ้านใหม่ ๆ กับเรา

คนนี้ให้โจทย์เราว่า เคยหมอนรองกระดูกเคลื่อน คอเสื่อม เราต้องช่วยเขาอย่างไร

คนนี้ให้โจทย์เราว่า น้ำหนักตัวมาก คุกเข่าไม่ได้ เราต้องปรับอาสนะอย่างไร

ครูมองว่านักเรียนคือครู ครูคือนักเรียน เราแลกความรู้กัน บางอย่างเรารู้เขาไม่รู้ บางอย่างเขารู้ เราไม่รู้ ก็แลกกัน ความรู้ยิ่งแลกยิ่งดี

ครูมองเหมือนมองแพทย์ แพทย์ที่ดี ต้องเคารพคนไข้ ไม่ใช่ข่มคนไข้ ต้องมองคนไข้เป็นอาจารย์ ต้องยกมือไหว้คนไข้ และขอบคุณคนไข้ ที่นำอาการแปลก ๆ ใหม่ ๆ มาให้ศึกษา ให้แก้ไข คนไข้คืออาจารย์ ต้องให้เกียรติคนไข้ ไม่ใช่ดุคนไข้ แล้วไหว้อาจารย์แพทย์ของตน  ซึ่งอาจารย์หมอ ในความเป็นจริง ก็เป็นศิษย์ของคนไข้ ได้ความรู้จากคนไข้เช่นกัน

ถ้าครูโยคะมองว่านักเรียนที่มาเรียนเป็นอาจารย์ของตน เราก็จะให้เกียรติเขา ใส่ใจเขา ไม่เก๊กใส่เขา ให้ความเกรงใจเขา เป็นกันเองกับเขา อย่าคิดว่าเราเป็นครู เราใหญ่ เขาเป็นนักเรียน เขาเล็ก ครูต้องข่มนักเรียน ใครที่คิดแบบนั้น เหมือนเราดูถูกอาจารย์ตนเอง ไม่ดี บาป ผู้ไม่เคารพอาจารย์ เราก็รู้กันอยู่ ชีวิตจะเป็นอย่างไร

ทุกวันนี้หลายคนมองว่าครูศีลวิชาการเยอะนะ ตอบอะไรโน่นนี่นั่นได้ ข้อดีข้อหนึ่งของครู คือ ครูรักการอ่าน ครูอ่านหนังสือเก่ง ครูอ่านหนังสือมาก เรียกว่า ห้องสมุดไม่พอให้อ่าน ครูชอบศึกษา หาความรู้ ชอบเรียน ชอบไปอบรม (นิสัยไม่ดี)  ชอบไปสัมนา หาอะไรใส่หัวใหม่ ๆ ทุกวี่วัน หามาดูแลนักเรียน หรืออาจารย์ โอ๊ย ..สับสน

แต่ตำราทั้งหมด ก็เป็นเพียงตำรา ก็แค่ทฤษฏี ทำได้จริงบ้าง ไม่ได้จริงบ้าง

สุดท้ายเริ่มเกิดปัญญาขึ้นมาว่า

ไอ้ความรู้ทั้งหมด คือ การท่องจำ ไม่ใช่การเข้าใจอย่างถ่องแท้

ที่ทำให้เราเข้าใจอย่างถ่องแท้  แท้จริงแล้ว ไม่ใช่มาจากตำรา

แต่มาจากสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเรา มาจากนักเรียนโยคะของเรา

ถ้าอยากรู้ว่าต้องวางตัวกับนักเรียนของเราอย่างไร ก็ต้องนึกย้อนไปตอนที่เรามองครูเราตอนเรียนหนังสือ

มองเขาอย่างผู้มาให้วิชา มาให้โจทย์ ดูว่าโจทย์คืออะไร โจทย์คือปวดหลังตอนเช้า โจทย์นี้ปวดตอนเย็น โจทย์นี้ปวดและร้าวลงขา มีชา และมีอ่อนกำลัง โจทย์คือเข่าเสื่อม โจทย์คือนอนไม่หลับ ฯลฯ แล้วปรึกษากับเขาถึงวิธีแก้ไข ไถ่ถาม เช่น ไปหาหมอมาหรือยัง หมอว่ายังไง ฯลฯ

และทำตัวให้เป็นตัวเรา เพราะมันจะไม่ฝืน ไม่อึดอัด

อย่างครูวางตัวในคลาส เหมือนกับตอนที่พูดกับเพื่อนฝูง (แต่แอบเกรงใจ เพราะเขาเป็นอาจารย์เรา) เป็นกันเอง แต่ไม่ลามปามกันและกัน 

สมัยยังสาว ตอนสอนใหม่ ๆ เป็นครูโยคะหน้าใหม่ เคยมีเพื่อนบอกให้วางตัวให้ขรึม เรียบร้อย พูดจาช้า ๆ เนิบ ๆ เสียงต่ำ ดูเป็นคนมีองค์ วางมาดโยคี๊ โยคี คนจะได้เลื่อมใส

ลองเชื่อมันดู  เปลี่ยนบุคคลิกดู  ฝืนทำได้อยู่สองวัน

จะบ้าตาย มันเหมือนเราเสแสร้ง มันเหมือนเราพยายามเป็นคนอื่น

ธรรมชาติครูเป็นคนตรง พูดตรง ทำอะไรเร็ว พูดเร็ว โผงผาง (แต่ไม่ก้าวร้าว) เพื่อนบอกว่าซื่อบื้อ คือ ถ้าใครมาถามว่า

เธอว่าฉันอ้วนไหม

ก็ตอบตามตรง บางคนรับได้ บางคนโกรธ

ซึ่งทุกวันนี้ คนชอบครูก็ชอบกันไปเลย คนไม่ชอบก็เลียดกันไปเลยก็มี 

อยากให้มองแบบนี้ค่ะ เราทำให้ทุกคนชอบเราไม่ได้

นักร้องหมอลำ จะให้วัยรุ่นชาวกรุงไปกรี๊ดเขาก็ไม่ได้ 

จะให้แฟนเย็นจิตร พรเทวีไปกรี๊ดนักร้องเกาหลีก็ยังไงอยู่

เราเป็นแนวไหน ให้เป็นแนวนั้น อย่าทำอะไรที่ฝืนตัวเอง

ชีวิตนี้สั้นกว่าที่เราคิด เราไม่ได้อยู่ไปอีกเป็นร้อยปี ปีนึงแป๊บ ๆ เดี๋ยวปี เดี๋ยวปี

อยู่อย่างเรา อยู่ให้มันเป็นตัวเรา มีความสุขในความเป็นเรา แต่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน หรือเสื่อมเสียศีลธรรม

ถ้าเราวางตัวเป็นตัวของตัวเอง แสดงว่าคนที่ชื่นชอบเรา เขาชอบตัวเราจริง ๆ มันเป็นตัวเราจริง ๆ เขาจะชอบเราอย่างยั่งยืน เราก็มีความสุข ที่ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องประดิษฐ์ท่าทางใด ๆ 

แต่ถ้าเราวางตัวประดิษฐ์ เป็นบุคคลิกอื่นให้คนอื่นเขามาชอบ เขาไม่ได้ชอบเรา เขาชอบสิ่งที่เราเสแสร้ง พอเราเสแสร้งได้ไม่นาน เกิดเราเผลอหลุดความเป็นตัวเราออกมา เขาก็เลิกชอบเรา มันไม่ยั่งยืน 

อย่างครูเองวางตัวยังไงไม่รู้เหมือนกัน ไม่ใช่ลูกทุ่ง ไม่ใช่เกาหลี เพื่อนสนิทมันบอกว่า ครูเป็นศิลปินประเภทไม่แคร์สื่อ นึกออกแล้ว เค้าเรียก อินดี้ ค่ะ หาแนวไม่ได้

ถ้าจะแวะมาหาครูก็ได้ค่ะ แต่ควรเป็นเย็นวันอาทิตย์ หลังสอนเสร็จ โทรบอกครูมานะล่วงหน้าด้วยค่ะ เผื่อมีอะไรเปลี่ยนแปลงจะได้ไม่มาเก้อ ครูจะได้รอด้วย

สรุปคือ 

เป็นตัวเอง แต่ต้องเกรงใจคน

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูถือศีล วันที่ตอบ 2013-06-12 16:32:15 IP : 110.169.188.180


ความเห็นที่ 2 (2370043)

หนูอ่านคำตอบครู เหมือนมีครูมายืนพูดให้ฟังอยุ่ข้าง ๆ หูหนูเลยค่ะ หนูอ่านคำตอบครูทุก ๆ คำอย่างช้า ๆ มันเป็นคำแนะนำที่ทราบซึ้งมากค่ะ หนูพูดไม่ถูก หนูอยากไปหาครูค่ะ  ขอบคุณคุณครูมากนะคะ หนูไม่มีครูโยคะที่เป็นตัวเป็นตนจริง ๆ มีแต่ในวีดีโอสอนโยคะ และก็ตัวหนูเองที่เป็นครูตัวเอง เพราะฝึกเอง คุณครูเป็นครูคนแรกของหนูค่ะ ขอบคุณจากใจค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นุ้ย วันที่ตอบ 2013-06-12 16:59:30 IP : 101.108.15.91



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.